วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

น้ำตาท่วม วัดทองเนียม

น้ำตาท่วม วัดทองเนียม


โดย ร.อ.ทวีศักดิ์ ศรีสละ
นักศึกษาปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์การปกครอง
www.src.ac.th/
๑๘ กันยายน ๒๕๕๐

เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปทำบุญและปฏิบัติธรรมที่วัดทองเนียม (อยู่เขตหนองแขม ถนนเพชรเกษม ๖๙) เพื่อถวายเป็นราชกุศลเนื่องใน “วันแม่แห่งชาติ” ก้าวแรกที่ย่างเข้าไปสัมผัสกับบรรกาศภายในวัดมีความรู้สึกแปลกแตกต่างจากวัด ทั่วไปที่เคยพบมา ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีวัดอย่างนี้อยู่ในกรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทยที่มีแต่สิ่งสวยงาม ถาวรวัตถุใหญ่โตตระการตา เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก บำรุงบำเรอความสุข

แต่ ที่วัดทองเนียมไม่เป็นเช่นนั้น โรงเรือนสิ่งก่อสร้างทำจากวัสดุเรียบง่าย ศาลา กุฏิกว้างใหญ่เพียงแค่พอประกอบศาสนกิจ ไม่เปียกยามฝนตก ไม่ร้อนยามแดดออกเท่านั้น บริเวณวัดมีต้นประดู่ปลูกเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบจึงทำให้อากาศภายในวัด เย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นมุมสงบจิตใจเหมือนกับเจตนาจะให้เป็นวัดป่าใน กรุงเทพ
เวลา ๐๘๐๐ น. ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ วัด ต่างทยอยกันเข้ามาเพื่อทำบุญุตักบาตร ที่วัดนี้ใช้ “ลานธรรม” แทนศาลการเปรียญหลังใหญ่ๆ เป็นพื้นที่รองรับคนจำนวนมาก พื้นปูด้วยตัวหนอน(ซีเมนต์สำเร็จรูป) หลังคาธรรมชาติ ไม่นาน ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญก็นั่งกันเต็ม “ลานธรรม"

วันนั้นหลังจากพระภิกษุสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ให้ศีลให้พรญาติโยมแล้ว ทางวัดได้จัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนาเนื่องใน วันแม่แห่งชาติ โดย พระจักรี อติธมฺมจกฺโก เรื่อง พระคุณแม่

ณ วโรกาสอันเป็นมงคลพิเศษนี้ อาตมภาพจักได้แจกแจงแสดงพระธรรมเทศนาพรรณาสาสนโวหารหลักธรรมคำสั่งสอนของ องค์สมเด็จพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อประคับประคองฉลองศรัทธา ประดับปัญญาบารมี ท่านสาธุชนผู้มีจิตใจใฝ่ในบุญกุศลทุกท่าน ที่ได้มาประชุมล้อมพร้อมกัน ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ได้นำข้าวปลาอาหารมาทำบุญเพื่อเป็นทุนให้กับชีวิต ธรรมดา ว่าธาตุแท้ของน้ำต้องการความใสสะอาด แต่ดินทรายทำให้น้ำขุ่น เช่นกัน ธาตุแท้ของคนต้องการความสงบ แต่เพราะความโลภทำให้วุ่นวาย

วันนี้ท่านทั้งหลายถือได้ว่าตัดความโลภของจากจิตใจแล้ว อีกทั้งยังเป็นการเสริมปัญญาด้วยการสดับตรับฟังธรรม เพื่อเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจ มีดไม่ลับก็ไร้คม สมองไม่อบรมก็ไร้ปัญญา วันนี้เป็นวันพิเศษของปวงชนชาวไทย เป็นวันที่มีความหมายสำหรับชีวิตของคนคนหนึ่งที่มีค่ามากมายต่อชีวิตเราท่าน ทั้งหลายมาก เรียกกันว่า วันแม่ ประเทศไทยเรามีหลายสิ่งที่ได้รับการบันทึกลงกินเน๊สบุ๊คเป็นจำนวนไม่น้อย แต่มีบางสิ่งที่ไม่ได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊ค แต่ว่าบันทึกลงในจิตใจของเราทั้งหลาย ก็คือคำว่า แม่ วันนี้จักกล่าวเล่าถึงแม่ ตามสมควรแก่เวลา ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา ก็ขอให้ท่านสาธุชนทั้งหลายไม่ต้องประณมมือก็ได้ แต่ขอให้ทำสมาธิ ค่อยๆ หลับตาลงเบา ๆ แล้วก็ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ เพื่อสดับตรับฟังธรรม ให้เป็นข้อเตือนจิตสะกิดใจ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันกันต่อไป

ม่เป็นหญิง สูงค่า กว่าหญิงไหน
คำว่าแม่ แปลว่า กำลังใจ
คำว่าแม่ ยิ่งใหญ่ เกินพรรณนา
คำว่าแม่ แปลตรงตรง คือความรัก
คำว่าแม่ แปลจากความห่วงหา
คำว่าแม่ ทำให้ลูกสุขอุรา
คำว่าแม่ ใหญ่กว่าฟ้า กว้างกว่าปฐพี


ท่านทั้งหลาย คำว่าแม่ เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำที่มีฤทธิ์มาก แม่นั้นมีหลายความหมาย ดังคำว่า คำว่าแม่ แปลความหมาย ได้มากยิ่ง แม่นั้นประดุจดังเทวดา สามารถเนรมิตอะไรก็ได้ที่ลูกต้องการ จึงทำให้แม่นั้นเป็นบุคคลที่พิเศษ คือ อุ้มไม่หนัก เหนื่อยไม่พัก รักไม่ลวง ห่วงไม่เลิก เบิกไม่คิด ผิดไม่แค้น ตายแทนลูกได้


ประการแรก ที่ว่า อุ้มไม่หนัก ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่แม่อุ้มท้อง แม่ไม่เคยบ่นว่าหนัก ไม่เคยบ่นว่าเป็นภาระเลย แม่ทนทุกข์เพื่อให้ลูกได้เกิดมา เมื่อเกิดมาแล้วก็อุ้มชูเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งห่วง ลูกอยู่ตลอดเวลา แม้แต่สิ่งใดจะมาเบียดเบียนลูก แม่ก็คอยปิดบังป้องกันไว้ด้วยกายอันอบอุ่น ดังคำ



เสียงเรียกแม่ แลหา ผวาวิ่ง
อกแอบอิงไม่ให้ใครข่มเหง
สองแขนแม่คุ้มกันภัยคลายหวั่นเกรง
ใครข่มเหง แม่ปลอบรับ ซับน้ำตา


ประการที่สอง เหนื่อยไม่พัก การงานใดที่แม่ทำเพื่อลูก เพื่อหวังไว้ว่าวันหนึ่งลูกน้อย ๆ คนนี้จะได้เติบโตขึ้นมามีการศึกษา เป็นที่เชิดหน้าชูตา ไม่อายคนอื่นเขา ถึงแม้แม่จะเหนื่อยสักปานใดก็ทน แม่นั้นทนอยู่ 2 อย่าง คือ ทนภายนอกกับทนภายใน ทนภายนอกคือ ความลำบากตรากตรำทำงานเพื่อหาเงินไว้ให้ลูกมีใช้ ทนภายในคือ การที่ลูกทำให้แม่เจ็บใจ ปวดใจ แม่ก็ทน แม่ก็ยิ้ม ยิ้มให้ลูกรู้ ยิ้มให้ลูกดูว่าแม่ไม่ได้เจ็บปวด แต่ลึกๆ แล้วแม่ทรมานมาก ดังคำว่า

ยามลูกขื่นแม่ขมตรมหลายเท่า
ยามลูกเศร้าแม่โศกวิโยคกว่า
ยามลูกหายแม่ห่วงดังดวงตา
ยามลูกมาแม่ลดหมดห่วงใย

ประการที่สาม รักไม่ลวง แม่นั้นรักลูกด้วยความจริงใจ ไม่เคยคิดที่จะลวงลูก แต่ลูกต้องถามตัวเองว่าเคยรักแม่บ้างหรือเปล่า แม่ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก แต่แม่จริงใจที่จะให้เรารัก ดังมีเรื่องเล่าอยู่ว่า มีหนุ่มคนหนึ่ง อกหักมาหลายครั้ง แต่ละครั้งก็สาหัสทั้งนั้น ครั้งล่าสุดก็ถึงกับน้ำตาซึม ไม่ยอมพูดยอมจากับใคร ใช้ชีวิตแบบไร้ค่า ถึงเวลาก็เข้านอน จนวันหนึ่ง แม่ของเขาก็เข้ามาหาพร้อมกับพูดจาเรื่อยเปื่อย ลูกก็ตอบแบบพอไปที ไม่ได้คิดอะไร จนถึงเรื่องความรัก แม่ของเขาบอกว่า แม่จะแนะนำผู้หญิงให้คนนึงเราไหม เธอทำกับข้าวเป็น ดูแลบ้านได้ พร้อมที่จะดูแลลูกเสมอ เธอหน้าตาไม่ดีเหมือนผู้หญิงที่ลูกผ่านมา รูปร่าง อ้วนท้วม ดูอายุมากไปนิด แต่เธอรักลูกมากกว่าใคร เธออยู่ไม่ไกลจากลูกมากหรอก นั่งใกล้ ๆ ลูกนี่แหละ ลูกจะลองรักผู้หญิงคนนี้ดูไหม น้ำตาของแม่เริ่มคลอเบ้า แม่ร้องไห้ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรสวมกอดแม่นิ่ง แทนคำตอบ ขณะที่เรากำลังวิ่งหาความรัก บางทีเราลืมไปว่ายังมีอีกคนที่รักเราสุดหัวใจ เราจำได้ไหมว่า เราลืมแม่มานานเท่าไรแล้ว แม่ไม่เคยถามว่าลูกรักแม่ไหม แต่เราเคยถามแม่ตลอดว่าแม่รักลูกไหม แม่จะไม่ตอบ เพราะแม่รักลูกทุกเวลา


ประการที่สี่ ห่วงไม่เลิก แม่นั้นห่วง หวงลูกตลอดเวลา ยามลูกออกไปไกลตา แม่ก็ถวิลหากลัวว่าลูกจะมีอันตราย บางครั้งก็สวดมนต์อ้อนวอนขอพรให้พระคุ้มครองให้ลูกปลอดภัย มีเรื่องเล่าว่า มีบุรุษคนหนึ่งติดทหาร จะถูกส่งตัวไปรบชายแดน ก่อนไปก็ไปกราบลาแม่ พร้อมทั้งขอของดีจากแม่ พอตกดึกแม่ก็คิดอยู่ในใจว่าจะหาอะไรให้ลูกดี แม่ไม่มีของดีอะไรติดตัวเลย ก็เลยเอาผ้าซิ่นของตนมีฉีกแล้วก็ห่อ เอาสร้อยมาร้อยไว้ เพื่อให้ลูกได้คล้องคอ พอรุ่งเช้าลูกก็รับของดีจากแม่ไป ไปรบที่ชายแดน ในระหว่างที่รบ ลูกกระสุนของเขาเกิดหมด ข้าศึกเข้าประชิตตัวไม่กี่ก้าวก็จะถึงเขาหา วิธีอย่างไรก็ไม่ได้ผล จึงตั้งจิตขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แม่ให้มาว่าขอให้ลูกแคล้วคลาดปลอดภัย ด้วยเถิด ข้าศึกเดินผ่านไปโดยมองไม่เห็นเขา เมื่อการรบหยุดลง เป็นอันว่าฝ่ายทหารชนะ ชายหนุ่มดีใจมากที่ตนเองไม่เป็นอะไร ก็เปิดดูของขลังที่แม่ให้มาว่า แน่จริงๆ เมื่อเปิดดูเห็นผ้าซิ่นของแม่ เขาถึงกับน้ำตานองหน้าเลย คิดในใจว่า ของขลังของแม่นั้นขลังที่สุด แม่นั้นอยู่กับลูกมิห่างเหิน คอยป้องปักรักษาลูกอยู่ตลอดเวลา

ประการที่ห้า เบิกไม่คิด ตั้งแต่เล็กจนโต เราไม่เคยรู้เลยว่า ใช้เงินของแม่ไปเท่าไร เบิกเงินจากแม่ไปซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ รถงามๆ เครื่องประดับสุดหรู มือถือสุดเท่ห์ ทั้งหมดแม่ไม่เคยคิดเงินกับเราเลย แต่ยามใดที่เราทำงานให้แม่ เพียงแค่เล็กน้อย เรากลับคิดเงินกับแม่ ดังมีเรื่องเล่าว่า เด็กน้อยคนหนึ่งล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้านให้แม่เสร็จ ตามประสาเด็กก็มาทวงเงินกับแม่ บอกว่า แม่ครับ ผมล้างจานให้แม่ ค่าจ้าง ห้าบาท กวาดบ้าน ห้าบาท ถูบ้านเยอะหน่อยสิบบาทครับ รวมยี่สิบบาท แม่จ่ายมา แม่นั้นไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่พูดไปว่า ค่าอุ้มท้อง เก้าเดือนแม่ไม่คิดเงิน ค่าน้ำนมแม่ไม่คิด ค่าส่งเจ้าเรียนแม่ไม่คิด เท่านั้นแหละ เด็กน้อยก็โผลเข้ากอดแม่ ลูกทั้งหลายลองถามตัวเองสิว่า เราโตถึงป่านนี้ มีตอนไหนบ้างที่เราไม่ได้ใช้เงินของแม่ ลองถามแม่ดูสิว่า แม่คิดเงินกับเราหรือเปล่า

ประการที่หก ผิดไม่แค้น ยามที่ลูกผิด ยามที่ลูกพลาด แม่ไม่เคยคิดแค้นเคืองลูกเลย แม้ว่าลูกจะดุด่าว่าแม่ก็ตามที แม่นั้นก็ทน เพราะว่ารัก เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งลูกจะคิดได้ ลูกจะกลายเป็นคนดี ลูกจะเป็นเด็กที่แม่ชื่นใจ เขาจึงกล่าวว่า



แม่เฝ้ารักห่วงใย ในตัวลูก
แม่พันผูกสายใจ จนใหญ่ยิ่ง
สองมือแม่โอบอุ้มอุ่นแอบอิง
แม่เป็นมิ่งขวัญใจให้พึ่งพา
สายตาแม่เหลียวแลชะแง้ตาม
แม่แต่ยามห่างไกลอาลัยหา
แม้ลูกเจ็บปวดใจช้ำใดมา
แม่เมตตาปลอบขวัญทุกวันคืน
คำว่าแม่มีความหมายให้ซาบซึ้ง
แม่เป็นหนึ่งกว่าหญิงใดไม่เป็นอื่น
แม้ลูกทำแม่ช้ำทนกล้ำกลืน
ทำหน้าชื่นแม้อกตรม ฝืนข่มใจ


ในสายตาแม่ แม้ว่าเราจะโตสักปานใด แม่ก็ยังคิดว่าเราเป็นเด็กเสมอ นี่เพราะความรัก ความเอ็นดูของแม่


ประการที่ เจ็ด ตายแทนลูกได้ นี่สำคัญมาก สำหรับแม่ แม่ยอมสละชีวิต ถ้าแลกได้ แม่ยอมทุกอย่าง เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ อยู่บนโลกด้วยความสุข ด้วยสีสันที่สวยงาม ดังมีเรื่องเล่าว่าเช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย.. ได้มั๊ยคะ" คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น.. เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ ............อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก..เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ.เธอกรี๊ดร้อง หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว **เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู** และแล้ว....กาลเวลาพิสูจน์ว่า.... การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ....ใบหูที่หายไป หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่ เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหนเจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า"พวก เด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า--ไอ้ตัวประหลาด--" จนกระทั่ง.............. เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา.. เป็นที่รักของเพื่อน ๆ..เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และดนตรี..เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้นแต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น... ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร "ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัวและได้รับข่าวดีจากหมอว่า..."ผมสามารถปลูกถ่ายใบ หูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครล่ะ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณหมอกล่าว จนกระทั่ง .............2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย.."ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหู ที่ลูกต้องการได้แล้ว...แต่นี่เป็นความลับ" การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น.. ....เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์...เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัยจน เป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น ต่อมาได้แต่งงาน... และทำงาน.. เป็นข้าราชการในสถานทูต วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า. "พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย..แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด""พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก.เรื่องนี้.............เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ

หลาย ปีผ่านไป....มันยังคงเป็นความลับ และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย แม่เค้าได้เสียชีวิตลง. เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ... ใกล้หีบศพของแม่ พ่อเรียกเค้า.."มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่"พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ ...และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง.....ใบหูของแม่...หายไป!.. แม่ไม่มีใบหู.. ."นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"..พ่อกระซิบผ่านลูกชาย "แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ............. ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด.. แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?

. จงจำไว้ .~สิ่งมีค่า.............ที่แท้จริง~ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่..~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~ความรัก..ที่แท้จริง~ ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้.. หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ ..~ความรัก~ บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ.. หากแต่อยู่ที่....การกระทำ. ซึ่งเรา..อาจรับรู้.. เพียงแค่..ฝ่ายเดียว.. ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป.. บริษัท..สามารถหาคนมาแทนเราได้ภายในไม่กี่วัน.. แต่ครอบครัวเรา..ต้องสูญเสีย..และคิดถึงเรา..ไปตลอด เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงานมากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า? ถ้ามากกว่า...ก็เป็นการลงทุน..ที่ไม่ฉลาดเลย

ท่านทั้งหลาย แม่นั้นมีพระคุณมากมาย เกินกว่าจะพรรณา คำแม่สอนคือพรอันประเสริฐ กลับไปแล้วไปดูแลแม่ให้ดีเท่ากับที่ท่านเคยดูแลเรามา คนราตกงานยังมีโอกาสหางานใหม่ได้ แต่ถ้าแม่เราตายจากไป เราไม่สามารถที่จะหาสิ่งใดมาทนแทนได้ เราจึงควรมองให้เห็นคุณแล้วก็รู้ค่าของแม่ให้ดี ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ได้ลงแรง ลงมือกระทำ ตรากตรำทุกค่ำเช้าก็เพื่อลูก เพื่อประโยชน์ของลูก เพื่อให้ลูกได้สบาย บางครั้งลูกก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่กระทำ ในความรู้สึกของแม่ ไม่เข้าใจในความรักของแม่ เงินทองสามารถซื้อที่ดิน บ้านราคาเป็นล้านได้ แต่ไม่สามารถซื้อความรักจากแม่ได้ ตราชั่งชั่งได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่สามารถชั่งน้ำหนักความรักของแม่ได้ ลูกเวลาสุขมักจะห่างไกลจากแม่ แต่เวลาทุกข์เมื่อไรมักจะกลับมาหาแม่ มาร้องไห้ต่อหน้าแม่ มาซบอกแม่ แม้เมื่อท่านตายจากไปก็จะไปร้องไห้ต่อหน้ากระดูกแม่ ฉะนั้นอย่าลืม แม่นั้นสำคัญ


เทศนาวสาเน แสดงพระธรรมเทศนามาก็ถึงกาลนิยม สมควรแก่เวลาจึงขออ้างเอาคุณพระศรีรัตนตรัย อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ในสากลจักรวาล จงรวมกันเป็นมหันเตชานุภาพ อำนวยอวยผลให้ท่านทั้งหลาย ที่อยู่ ณ ที่นี้ อีกทั้งบิดรมารดา บุพพการีชน คนที่รัก ของท่านทั้งหลาย จงประสบแต่ความสุขสำราญ สัมฤทธิอิฏฐวิบูลมนุญญผลทุกประการ เทศนาบรรหาร ดังได้แจกแจงแสดงมา ก็สมสมัยได้เวลา จึงขอสมมุติยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

ผู้ เขียนได้ฟังพระธรรมเทศนาของ พระจักรี อติธมฺมจกฺโก ตั้งแต่ต้นจนจบรู้สึกซาบซึ้งกับเนื้อหาพรรณาเชิงสาธกโวหารที่ท่านนำมาบรรยาย จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหมือนกับหลายคนใน “ลานธรรม” ตรงที่ ลูกชายเป็นทหารต้องไปชายแดน ซึ่งตรงกับชีวิตของตัวเองที่เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ต้องไปเป็นทหารชายแดนด้านอำเภอตาพระยาเมื่อปี ๒๕๒๒ เป็นปีที่เขมรแตกใหม่ๆ ขณะนั้นมีอายุเพียง ๑๘ ปี ฝั่งตรงข้ามมีการสู้รบและล่วงล้ำอธิปไตยมาบ้าง จำเป็นฝ่ายเราต้องใช้กำลังผลักดัน เป็นเรื่องราวให้สื่อมวลชนทำข่าวกันอย่างสนุกสนาน แต่หารู้ไม่ว่ามีแม่หลายคนอกสั่นขวัญหายหัวใจจะวายจากการนำเสนอข่าวสารอย่าง อิสระเสรีโดยไม่คำนึงถึงจรรยาบรรณ ๑ ปีผ่านไปด้วยความปลอดภัยจึงตรงไปกราบเท้าแม่ สิ่งแรกที่แม่ทำคือชี้ให้ดูกระถางธูปหน้าหิ้งพระบูชาที่อัดแน่นไปด้วยก้าน ธูป แม่บอกว่าตั้งแต่ลูกไปชายแดน.. แม่เฝ้าสวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง หากจะมีอันตรายกับลูกแม่ขอแลกกับชีวิตแก่ๆ ของแม่..
ผู้เขียนมีความ เชื่อว่า คนที่เก่งที่สุด กล้าที่สุด ถ้ารู้ตัวว่า จะต้องตาย กลัวตายด้วยกันทุกคน และถ้าจะตายคนแรกที่คิดถึงคือ “แม่” มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปฝึกร่วมผสมเหล่า ในการฝึกครั้งนั้นจะมีทหารจากหน่วยรบพิเศษมาร่วมฝึกด้วย ตามแผนการฝึกหน่วยรบพิเศษจำนวน ๔๐ นายจะต้องกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธาลงมายึดที่หมายบนพื้นดิน เมื่อถึงเวลาเครื่องบิน ซี ๑๓๐ ก็นำทหารรบพิเศษมาทิ้งร่มผู้ชมที่อยู่ข้างล่างจะคอยปรบมือให้กำลังใจ คนที่หนึ่งร่มกาง ผู้ชมก็ปรบมือ คนที่สองร่มกาง ผู้ชมก็ปรบมือ เขาแข่งกันดึงร่มว่า ของใครจะลงต่ำกว่ากัน... อย่างนี้จนถึงคนที่สี่สิบ ทุกคนมองเขาตั้งแต่ออกจากท้ายเครื่องบิน จากที่อยู่ห่างจนมองเห็นตัวเล็กเท่าปลายเข็มกระทั่งเขาใหญ่ขึ้นๆๆ แต่เขาก็ไม่กระตุกร่มสักที..เขาตกลงมาด้วยความเร็ว ๑๓๐ ฟุต/วินาที ใกล้จนได้ยินเสียงร้อง แม่จ๋าช่วยลูกด้วย..!! เขาก็ยังไม่กระตุกร่ม..!

ทำบุญวันแม่ปีนี้ไม่ผิดหวังเพราะได้หลักธรรมคือ ความกตัญญูกตเวที มาเป็นเข็มทิศนำทางให้กับชีวต

แผนที่ไปวัดทองเนียม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น