วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สมาคมนายหน้าฯ ผนึกกำลังมูลนิธิประเมินฯและสมาคมบริหารทรัพย์สินฯ กระตุ้นรัฐบาลคลอดกฎหมาย



สมาคม นายหน้าฯ เผยธุรกิจบ้านมือสองแข่งขันสูงในตลาดมีนายหน้าชาวไทยและต่างชาติ ทั้งนิติบุคคลกว่า 500-600 บริษัท และนายหน้าอิสระอีกหลายแสนราย ชี้นายหน้าจำนวนไม่น้อยมุ่งแสวงหากำไรไร้จรรยาบรรณ ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายบ้านมือสองถูกโกงและเอารัดเอาเปรียบ สร้างปัญหาให้กับวงการและสมาคมไร้อำนาจควบคุม เร่งรัฐออกกฎหมายตั้งศูนย์ข้อมูลนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ควบคุมจรรยาบรรณ


นาย แพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาผู้บริโภคทั้งผู้ซื้อและผู้ขายบ้านมือสอง มีปัญหาจากการใช้บริการผ่านนายหน้า ทั้งถูกฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนายหน้า แม้ว่าผู้ที่มีปัญหาได้ร้องเรียนผ่านมายังสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อต้องการให้สมาคมฯ ไกล่เกลี่ยและช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทหรือนายหน้าอิสระเหล่านั้น ไม่ได้เป็นสมาชิกชองสมาคมฯ ทางสมาคมฯ ไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทั้งหมด เนื่องจากไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปดำเนินการ ที่สำคัญประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมการทำงานของนายหน้า ตอนนี้ช่วยเหลือได้เพียงการแนะนำให้ใช้บริการนายหน้าที่เป็นสมาชิกของสมาคม นายหน้าเท่านั้น
“ปัจจุบันธุรกิจบ้านมือสองมีการแข่งขัน สูงมาก ในตลาดนั้นมีทั้งนายหน้าชาวไทยและต่างชาติ ทั้งที่จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคลกว่า 50-600 บริษัท และนายหน้าอิสระจำนวนหลายแสนราย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย หัวหินและเชียงใหม่ ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้านมือสองมีการแข่งขันสูง ในขณะเดียวกันมีนายหน้าต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถควบคุมเรื่องจรรยาบรรณได้ทั้งหมด จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กล่าว และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ต้องการให้ประชาชนใช้บริการนายหน้าที่เป็นสมาคมของสมาคมฯ เท่านั้น เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณากฎเกณฑ์และคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพอสังหาริมทรัพย์ และผ่านการสอบรับใบอนุญาตจากสมาคมฯ มั่นใจว่านายหน้าที่เป็นสมาชิกมีความสามารถในการทำงานภายใต้จรรยาบรรณของ วิชาชีพ และเมื่อเกิดปัญหากับผู้บริโภคสมาคมฯ สามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือได้
หากประชาชนมีปัญหา ต่าง ๆ เกิดขึ้นกับการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านนายหน้าที่เป็นสมาชิก ทันทีที่ได้รับการร้องเรียนสมาคมฯ จะมีอนุกรรมการจรรยาบรรณเข้าไปพิจารณาและตรวจสอบทันที ทั้งนี้ สมาคมฯ มีมาตรการในการพิจารณาตามขั้นตอน เริ่มจากการไกล่เกลี่ย ตักเตือน ลงโทษ และขั้นสูงสุดคือถูกขับออกจากสมาชิกสมาคมฯ โดยให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของประชาชน
ต่อข้อถามถึง เรื่องการป้องกันปัญหาและช่วยเหลือผู้บริโภค นพ.สมศักดิ์ ให้ความเห็นว่า ต้องการให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ด้วยการเร่งจัดตั้งศูนย์ข้อมูลนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ รวบรวมข้อมูลของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้ประชาชนได้ใช้บริการในรูปแบบเดียวกับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งการขึ้นทะเบียนจะไม่บังคับบริษัทที่ประกอบธุรกิจนายหน้า แต่ผู้บริโภคสามารถค้นข้อมูลและเลือกใช้บริษัทนายหน้าที่อยู่ในศูนย์ข้อมูล นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจ

น. พ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงความเป็นมาของ พ.ร.บ. นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ว่า ได้เริ่มดำเนินการผลักดันมากว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยนายกผู้ก่อตั้งนายไพศาล บัณฑิตยานนท์ ร่วมกับศาสตราจารย์ศิริ เกวลินศิริ อดีตอธิบดีกรมที่ดินสมัยนั้น และนายกสมาคมนายหน้าฯ ทุกสมัยได้ร่วมผลักดันกฎหมายดังกล่าวมาหลายรัฐบาล จนกระทั่งปี 2548 ได้รับการผลักดันจาก ฯพณฯ สมคิด จตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรองนายกรัฐมนตรี ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน 2548 เรื่องมาตรการส่งเสริมตลาดบ้านมือสอง คือมาตรการกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในมาตรการระยะยาว การยกร่างพ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 511/2548 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนและนายหน้า อสังหาริมทรัพย์ สั่ง ณ.วันที่ 14 ตุลาคม 2548 ภายใต้กำกับดูแลสำนักกฎหมาย กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ 4 ครั้ง คือวันที่ 18 มกราคม 2549 , วันที่ 17 พฤษภาคม 2549,วันที่ 11 สิงหาคม 2549 และครั้งสุดท้าย วันที่ 19 กันยายน 2549 และได้หยุดไป
นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผลักดัน พ.ร.บ. นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้ภาครัฐเห็นเหตุผลและความสำคัญเพื่อนำออกมาบังคับใช้ เพราะหากพ.ร.บ.นี้ออกมาใช้ ผู้ที่จะได้ประโยชน์คือประชาชนและรัฐบาล เนื่องจากเป็นการกำหนดและควบคุมมาตรฐานวิชาชีพนายหน้า สมาคมนายหน้าจึงได้ร่วมกับมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินและสมาคมบริหาร ทรัพย์สินแห่งประเทศไทย จัดการประชุมร่วมกันผนึกกำลังและนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของพ.ร.บ.ควบคุมวิชาชีพดังกล่าว เนื่องจากการจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพธุรกิจการบริการ อสังหาริมทรัพย์ ในภาคของอุตสาหกรมอสังหาริมทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์จะพัฒนาวิชาชีพดังกล่าวให้มีมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ ของสังคม ความพยายามในการผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายวิชาชีพในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้บริโภคโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐบาลชุดนี้ได้มีดำริที่จะออกกฎหมายควบคุมวิชาชีพต่าง ๆ องค์กรวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์จึงได้รวมตัวเพื่อจัดประชุมเบื้องต้น ถึงแนวทางในการพิจารณายกร่างกฎหมายการควบคุมวิชาชีพ ในรูปแบบของการประชุม สัมมนาและดำเนินมาตรการอื่น ๆ เพื่อผลักดันการออกกฎดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกันเรียกร้องผลักดัน ให้รัฐบาลพิจารณา เห็นความสำคัญและเร่งออกพ.ร.บ.มาควบคุมกำกับดูแลในอาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จำนวน 200 ราย เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับนายหน้า อสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขอุปสรรค์ข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของการตลาดการค้าอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่ออำนวยประโยชน์ แก่การประกอบธุรกิจการค้าอุตสาหกรรมการเงินหรือเศรษฐกิจ และให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิกในด้านสวัสดิการเท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตาม มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น